ดูหัวข้อทั้งหมด

0% Complete

Vocabulary: คำศัพท์ที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ ในคอร์สนี้

Content Terms and Tools

Copywriting (การเขียนก็อปปี้)

Copywriting หมายถึงการเลือกใช้คำและภาษาที่จะทำให้คนรู้สึกสนใจและอยากอ่าน ในวงการโฆษณามักจะมีอาชีพ Copywriter เป็นบทบาทแยกต่างหากจากนักเขียน แต่ในภาคธุรกิจทั่วไป คนทำคอนเทนต์มักจะต้องมีทักษะในการเขียนก็อปปี้ และการเขียนบรรยายต่างๆ ในบุคคลเดียว

Writing (การเขียน)

Copywriting จะค่อนข้างเจาะจงทักษะการเขียนเชิงอารมณ์ (แต่ไม่เสมอไป เดี๋ยวจะเรียนกันในคอร์ส) ส่วน Writing เจาะจงในทักษะเชิงการอธิบายและเรียบเรียงความเป็นเหตุเป็นผล

Topic (หัวข้อ)

หัวข้อ หมายถึง คำที่อธิบายถึงเรื่องราวที่เราต้องการทำ เช่น หัวข้อ ‘ประโยชน์ของอาหาร 5 หมู่’

Headline หรือ Title (ชื่อบทความ)

Title เป็นภาษาที่มักจะใช้กันทั่วไป หมายถึงการตั้งชื่อบทความ ส่วน Headline สื่อถึงการตั้งชื่อบทความที่ใส่ Copywriting หรือความคิดสร้างสรรค์ลงไปด้วย เช่น ชื่อ Headline ว่า ‘ประโยชน์ของอาหาร 5 หมู่ เรื่องหมูๆ ที่คุณต้องรู้”

Microsoft Word

ในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่ได้เขียนไปข้างต้นนั้น เครื่องมือที่คุณต้องมี เพียงแค่มีเครื่องมืออย่าง Microsoft Word ก็เพียงพอแล้ว ข้อดีของโปรแกรมนี้คือเป็นโปรแกรมมาตรฐานสากล และยังทำงานร่วมกับภาษาไทยได้เป็นอย่างดี โดยสามารถตัดคำและนับจำนวนคำของภาษาไทยได้

Google Doc

เป็นเครื่องมือเหมือนอย่าง Microsoft Word แต่มีความซับซ้อนน้อยกว่าและค่อนข้างใช้ง่าย มีความโดดเด่นเรื่องการใช้งานได้บนอินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมบนเครื่อง (เรียกว่า Cloud Application ) จึงเป็นโปรแกรมผู้เขียนค่อนข้างใช้บ่อย

CMS Terms and Tools

Blog (บล็อก)

Blog เป็นคำที่ผันมาจากคำว่า Weblog ในอดีต หมายถึงรูปแบบคอนเทนต์บนเว็บไซต์ในลักษณะที่ไม่เป็นทางการ (เนื่องจากจุดเริ่มต้นนิยมเขียนเชิงไดอารี) แต่ด้วยประโยชน์มากมายของ Blog ทำให้มีการนำมาใช้ในภาคธุรกิจมากขึ้น ปัจจุบันนี้เรามักจะเห็น Blog กันหลักๆ สองรูปแบบคือ

  1. เว็บไซต์ที่เป็น Blog ทั้งเว็บ ส่วนใหญ่เป็นเว็บส่วนตัว
  2. เว็บไซต์ที่มี Blog เป็นส่วนประกอบของเว็บ ส่วนใหญ่เป็นเว็บธุรกิจ

ไม่สำคัญว่าจะเป็นแบบไหน Practice หรือแนวทางปฏิบัติในคอร์สนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทั้งคู่

Blogging Platform

เป็นคำกว้างๆ ที่หมายถึงแพลตฟอร์มที่ช่วยในการสร้างบล็อก ซึ่งอาจเป็นเพียงโปรแกรมสำเร็รจรูปขนาดย่อม อย่าง Blogger ของ Google หรืออาจเป็น CMS

CMS (Content Management System)

CMS หรือ Content Management System เป็นซอฟแวร์ซึ่งเป็นระบบจัดการคอนเทนต์บนเว็บไซต์ ที่ทีมงานของเว็บไซต์สามารถล็อกอินเข้ามาดูแลจัดการได้ 

นอกจากนี้ข้อดีนอกจากเรื่องการบริหารจัดการคอนเทนต์แล้ว เรื่องหน้าตาก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย สามารถใช้ธีม (Theme) หรือเทมเพลต (Template) เข้ามาครอบหน้าตาเว็บไซต์ เพียงแค่เปลี่ยน Theme ก็เปลี่ยนแปลงหน้าตา (รวมถึงฟังก์ชันการทำงาน) ของเว็บไซต์ได้อย่างสะดวก

ตัวอย่าง CMS ที่ใช้สร้างเว็บ หรือบล็อก ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ WordPress.org, Joomla, Drupal

WordPress

WordPress เป็น CMS หนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก และเราจะใช้สาธิตเป็นหลักในคอร์สนี้ด้วย  

WordPress นั้นมีทั้งแบบที่เวอร์ชันเว็บไซต์สำเร็จรูป หรือ WordPress.com รวมถึงแบบติดตั้งเองบนโฮสติงของตัวเอง หรือ WordPress.org

Plugin

โปรแกรมส่วนเสริมเพื่อช่วยเพิ่มความสามารถบางอย่างเพิ่มเติมจากเครื่องมือพื้นฐานของ CMS

ในคอร์สนี้จะมีการสาธิตการใช้ปลั๊กอิน Yoast SEO

Hosting

Hosting (โฮสติง) เป็นพื้นที่เซิร์ฟเวอร์สำหรับนำเว็บไซต์ของเราไปฝากไว้ ทางผู้ให้บริการโฮสติงจะเป็นผู้ดูแลเรื่องการรองรับปริมาณคนเข้าเว็บไม่ให้เว็บล่ม เป็นต้น อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโฮสติง

Domain Name

โดเมนเนม คือการตั้งชื่อ URL ให้กับเว็บไซต์ของเรา เช่น Content Shifu มีจดโดเมนเนมว่า contentshifu.com คนที่ต้องการเข้าเว็บไซต์ของเรา สามารถพิมพ์ URL โดเมนเนมดังกล่าวเข้าไปได้ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโดเมนเนม

Title

ชื่อบทความ 

Meta Description

รายละเอียดโดยย่อของบทความ โดยปกติแล้วเมื่อนำบทความไปแสดงผลต่อ ไม่ว่าจะเป็นบนหน้าเว็บเราเอง หรือนำไปแชร์ต่อภายนอก นอกจากชื่อบทความแล้ว ก็จะมี Meta Description เป็นคำอธิบายเล็กๆ ปรากฏขึ้นมาด้วย

Featured Image

รูปภาพประกอบบทความ

Slug

Slug คือชื่อที่ปรากฏบน URL เพื่อชี้ถึงบทความนั้นๆ เช่น บทความหนึ่งมีชื่อ URL เต็มๆ ว่า https://www.contentshifu.com/blogging/advices-for-the-next-professional-writers/ ซึ่งครอบคลุมไปถึงชื่อ Domain Name ของเว็บด้วย

ส่วน Slug หรือ URL ที่บ่งชี้บทความนี้ก็คือ ‘advices-for-the-next-professional-writers’

Snippet

Snippet หมายถึงกล่องที่แสดงรายละเอียดของบทความ ส่วนใหญ่แล้วจะใช้คำนี้เวลานำบทความไปแชร์ข้างนอก 

หน้าบ้าน / หลังบ้าน

เป็นคำศัพท์อย่างไม่เป็นทางการที่มักใช้เรียกหน้าจอการทำงานของเว็บไซต์ หน้าบ้านหมายถึงหน้าเว็บทั่วไปที่เป็นแบบที่ผู้ใช้ทั่วไปใช้งาน หรือเปรียบได้กับเวทีแสดง ส่วนหลังบ้านหมายถึงหน้าจอการทำงานสำหรับทีมงาน หรือเปรียบได้กับหลังฉากของเวทีแสดง

Digital Marketing Terms

Website

เว็บไซต์ ช่องทางบนโลกออนไลน์ที่คอร์สนี้โฟกัสเป็นหลัก อ่านเกี่ยวกับประโยชน์ของเว็บไซต์

Traffic

ทราฟฟิก หมายถึงปริมาณคนเข้าชมเว็บไซต์ บางครั้งก็เรียกว่าปริมาณ Visit

Evergreen

คำศัพท์ที่พูดถึงใน Chapter ที่ 3 ของคอร์ส ว่าด้วยคอนเทนต์แบบที่ใช้ได้ในระยะยาว ‘ไม่เสื่อมค่าตามกาลเวลา’ 

Topical

คำศัพท์ที่พูดถึงใน Chapter ที่ 3 ของคอร์ส ว่าด้วยคอนเทนต์ประเภทที่อิงกระแสเวลา

Newsjacking

หมายถึงการกระทำเพื่อโหนกระแสข่าว

Analytics

อ่านว่า แอนาไลติก หมายถึงการนำข้อมูลที่มีมาคิดวิเคราะห์ ส่วนใหญ่แล้วในคอร์สนี้เป็นการวิเคราะห์เพื่อดู Performance หรือความศักยภาพของงานที่ทำว่าดีหรือไม่อย่างไร

Search Engine

หมายถึงผู้ให้บริการการเสิร์ชหาข้อมูล โดยในคอร์สนี้จะอ้างอิงถึง Google เป็นหลัก

Search Engine Optimization (SEO)

SEO หมายถึงการทำวิธีการต่างๆ เพื่อให้หน้าเว็บไซต์อยู่ในผลลัพธ์การเสิร์ชบน Search Engine ในตำแหน่งที่ดีที่สุด

Keyword

เป็นศัพท์ที่นิยมพูดถึงเวลาที่พูดถึงเรื่อง SEO หมายถึงคำหรือวลี ที่เราต้องการให้ Search Engine แสดงคอนเทนต์หรือหน้าเพจของเรา เมื่อมีคนเสิร์ชด้วยคีย์เวิร์ดนั้นๆ

Social Media

โซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter รวมถึงมีอ้างอิงถึง Pantip.com ในฐานะ Social Webboard ยอดนิยมในไทย

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

1 ความเห็น